แถลงการณ์ต่างๆ

เครือข่ายสันติวิธี
Facebook: เครือข่ายสันติวิธี
Twitter: http://twitter.com/nonviolencenet
Email: peaceroom2010@gmail.com
Website: www.nonviolencenetwork.com
โทรศัพท์ 0-2883-2971 โทรสาร 0-2424-7401 โทรศัพท์มือถือ 08-6300-5458

เครือข่ายสันติวิธี ประกอบด้วย ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล เครือข่ายพุทธิกา กลุ่มเยาวชนศึกษาสันติวิธี กลุ่มประชาชนผู้ไม่เอาสงครามกลางเมือง เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทย

ข้อเสนอ

All Lives are Sacred: A plea to put an end to massive killing in Bangkok

Public Statement

 

All Lives are Sacred: A plea to put an end to massive killing in Bangkok

 

International Network of Engaged Buddhists (INEB)

 

Since the beginning of the demonstration by the United front for Democracy against Dictatorship (UDD), aka “Red Shirts”, on 12 March 2010, there have been many hundreds of casualties. In the past five days, attempts to disperse the demonstration in Ratchaprasong have become been violent, with a further effect of provoking violence. The government’s actions have so far failed to deter the demonstrators.

 

The present clash of political views is one of the great crises in Siam’s modern history. The country was previously acclaimed for settling conflict peacefully and democratically. Now it appears that both sides, the government and the UDD, are clinging to an illusion of victory over another.  The entire nation is hostage to their conflict. Buddhist wisdom is relevant for those absorbed in hatred, greed and delusion. The Dhammapada, Verse 201 says:

 

Victory breeds hatred, for the conquered is unhappy. Persons who have given up both victory and defeat, the contented, they are happy.

 

The International Network of Engaged Buddhists (INEB), representing a diversity of socially engaged buddhists from around the world, is gravely concerned about this standoff. We wish for all parties address the conflict with reason and tools of peace, to recognize the ancient Buddhist wisdom that neither the so-called winner nor loser will be contented and happy. We encourage those who do not fall into one of the two camps can help this process wherever possible.  Only through peaceful negotiation and dialogue can all parties concerned return the country to its true nature as a flourishing democracy and a peace-loving nation.

 

Our heartfelt plea is for both parties to stop any act that may cost lives and injuries;  to reclaim the time-tested wisdom of reconciliation and nonviolence.

 

Whenever INEB can help bridge the gap between the opposed parties we are willing to do all that we can.

 

We trust that in the light of upcoming international Vesakh celebrations in Thailand, supported by the United Nations 22-26 May 2010 and the subsequent local Vesakh celebrations, commemorating the birth, enlightenment and the passing away of the Lord Buddha, all parties will unite in taking responsibility for their conduct and for bringing about lasting peace, transformation towards social justice and shared wellbeing for future generations. 

 

To close, in Verse 5 of the Dhammapada the Buddha proclaims:

 

Hatred is never appeased by hatred in this world. By love alone is hatred appeased. This is an eternal law.

 

 

 

International Network of Engaged Buddhists (INEB)

www.inebnetwork.org

Patron, Advisory Committee and Executive Committee Name Lists

 

PATRONS

 

His Holiness the Dalai Lama                         Tibet

Venerable Thich Nhat Hanh                          France/Vietnam    

Venerable Phra Rajpanyamedhi                           Siam (Thailand)  

Venerable Bhikshuni Chao Hwei                   Taiwan

 

ADVISORY COMMITTEE (AC)

 

Name

Organisation

Country

Sulak Sivaraksa

(Founder Chair)

Santi Pracha Dhamma Institute

www.sulak-sivaraksa.org

Siam

Raja Dharmapala

Dharmavedi Institute

Sri Lanka

Jill Jameson

Buddhist Peace Fellowship Australia

Australia

Dharmachari Lokamitra

 

Jambudvipa Trust

www.jambudvipa.org

India

Ven. Tsering Palmo

Ladakh Nuns Association

Ladakh/India

Phra Maha Boonchuay

 

Mahachulalongkorn University

http://www.mcu.ac.th

Siam

Phra Phaisan Visalo

 

Buddhika Network for Buddhism and Society

http://www.budnet.org

Siam

Bhikkhuni Dhammananda

 

Songdhammakalyani Monastery

Siam

Venetia Walkey

 

Dhamma Park Foundation

www.dhammapark.com

Siam

Ven. Pomnyun Sunim

 

Jungto Society

www.jungto.org

South Korea

Rev. Alan Senauke

 

Clear View Project

www.clearviewproject.org

USA

Ven. Sumanalankar

 

Parbatya Bouddha Mission

www.pbm-cht.org

Bangladesh

Hisashi Nakamura

 

Ryukoku University

www.ryukoku.ac.jp

Japan

Rev. Masazumi Okano

 

International Buddhist Exchange Center

Japan

Swee-hin Toh

 

University for Peace

www.upeace.org

Costa Rica

Frans Goetghebeur

 

European Buddhist Union

www.e-b-u.org

Belgium

 

 

EXECUTICE COMMITTEE (EC)

 

Name

Organisation

Country

Harsha Navaratne (Chairperson)

Sewalanka Foundation

www.sewalanka.org  

Sri Lanka 

Hans van Willenswaard

(Vice Chairperson)

GNH Program

www.schoolforwellbeing.org

Netherlands/

Siam 

Somboon Chungprempree (Interim Executive Secretary)

Spirit in Education Movement (SEM) www.semsikkha.org

Siam 

Douangdeuane Bounyavong

 

Buddhists for Development

www.bdp.org.la

Laos 

Hsiang-chou Yo

 

Fo Guang University

www.fgu.edu.tw

Taiwan 

Jonathan Watts

 

Think Sangha

USA/Japan

Anchalee Kurutach

 

Buddhist Peace Fellowship

www.bpf.org

USA 

Poolchawee Ruangwichatorn

 

Spirit in Education Movement (SEM) www.semsikkha.org

Siam 

Pipob Udomittipong

 

Sathirakoses-Nagapradipa Foundation (SNF) www.snf.or.th

Siam 

Ros Sotha

 

Buddhists and Khmer Society Network

www.bksn.wordpress.com

Cambodia 

Mangesh Dahiwale

 

Jambudvipa Trust

www.jambudvipa.org

India 

Prashant Varma

 

Deer Park Institute

www.deerpark.in

India 

Erica Kang

 

Jungto Society  

www.jungto.org

South Korea 

Minyong Lee

 

South Korea 

Eddy Setiawan

 

HIKMAHBUDHI

www.hikmahbudhi.or.id

Indonesia 

Matteo Pistono

 

Nekorpa and RIGPA Fellowship 

USA

Tashi Zangmo

 

Bhutan

Vidyananda (KV Soon)

 

Malaysia

Harn

 

Burma/Myanmar

reference http://www.inebnetwork.org/web/

 

ข้อเสนอยามขับขัน ให้กลุ่มผู้ชุมนุมดูแลรักษาชีวิตของตนเองและเพื่อน เพื่อเลือกไปอยู่ในเขตอภัยทานตั้งแต่วินาทีนี้หากเป็นไปได้

การเตือนในครั้งนี้ของเราที่ถือว่าสำคัญตามอุดมการณ์ของชีวิตที่ได้มีโอกาสเกิดมา และการเรียกร้องความยุติธรรมต่างๆตามระบอบประชาธิปไตยที่ท่านว่าสำคัญต่อสังคมไทย แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือชีวิตของทุกท่านที่อยู่ในที่ชุมนุมทุกคนย่อมมีความสำคัญและมีคุณค่ามากต่อตนเอง คนที่ท่านรัก และเป็นความหวัง

ทั้งนี้พวกเราได้มีการตระหนักและเป็นห่วงตลอดมาของการปฏิบัติหน้าที่ในทุกรูปแบบของเครือข่ายฯ ที่มีโอกาสได้ทำงานที่ผ่านมาไม่ว่าจะกับฝ่ายใด จนกระทั่งตอนนี้เหลือเพียงกลุ่มผู้ชุมนุมพี่น้องนปช.ที่ยังคงปักหลักอยู่อย่างมั่นคงตลอดมาและยังชุมนุมต่อ จึงเป็นกลุ่มที่เราเป็นห่วงทุกชีวิตจากใจจริงและอยากจะเตือนสติท่านอีกครั้ง ด้วยประกอบกับหลายเหตุการณ์ของการปะทะกันอย่างรุนแรงของฝ่ายต่างๆในแต่ละครั้งที่มีกองกำลังมิทราบฝ่ายสามารถแทรกแซงทุกฝ่ายได้ในภาวะเช่นนี้ และแม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังดำเนินอยู่ไม่ว่าจะเป็นฝีมือของฝ่ายใดก็ตาม ในแต่ละจุดที่ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บที่สร้างความเศร้าให้เราและสังคมยิ่งนักในทุกครั้งของการสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บของทุกฝ่าย

การเตือนของเราครั้งนี้เนื่องจากเครือข่ายฯเห็นว่า เนื่องจากมีทางเลือกให้กับชีวิตของท่านในกลุ่มผู้ชุมนุมนปช.ในการเลือกเดินออกมาจากที่ชุมนุมเพื่อไปอยู่ในเขตอภัยทาน เพื่อให้ทุกฝ่ายปลดอาวุธไม่ฆ่ากันและได้รักษาชีวิตของกันและกัน ทั้งนี้เพื่อหัวใจสำคัญของการดำรงความเป็นมนุษย์ที่รอดปลอดภัยจากการบาดเจ็บและเสียชีวิตด้วยตัวท่านเองแล้วที่จะเลือก ในทางเลือกข้างหน้าที่มีอยู่แล้ว

เนื่องจากเครือข่ายสันติวิธีได้พยายามทำงานกับทุกฝ่ายอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่ผลมาเป็นเช่นนี้ที่ทุกฝ่ายต่างเลือกเอง ในยามขับขันเช่นนี้จากหลายปัจจัย จึงมีเพียงทุกชีวิตเท่านั้นจะรักษาและเตือนสติตนเองในการเลือกพื้นที่ชีวิตนี้ให้ตนเองรอดปลอดภัยได้

จึงเรียนมาเพียงอยากให้ท่านพิจารณาทบทวนชีวิตที่มีค่านี้และเลือกออกมาอยู่ในเขตอภัยทานตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปด้วย...เพราะชีวิตท่านมีค่า และการเมืองเพื่อประชาธิปไตยยังอีกยาวไกล ที่เราสามารถร่วมกันสร้างสรรค์ได้อีกหลายยุคหลายสมัย มิเพียงแค่นี้ที่คือทั้งชีวิตของท่านในหนึ่งชีวิต

เครือข่ายสันติวิธี(Nonviolence Network) ร่วมไปประชุมและเป็นหนึ่งที่ประชุมภาคประชาชน ๑๐๖ องค์กร มีมติให้ทุกฝ่ายหยุดยิง เดี๋ยวนี้

ที่ประชุมภาคประชาชน ๑๐๖ องค์กร มีมติให้ทุกฝ่ายหยุดยิง เดี๋ยวนี้

แถลงการณ์ ที่ประชุมภาคประชาชน ๑๐๖ องค์กร มีมติให้ทุกฝ่ายหยุดยิง เดี๋ยวนี้
พร้อมยืนยันกระบวนการปฏิรูปประเทศไทย คือทางออก

วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ที่ประชุมภาคประชาชน ๑๐๖ องค์กร ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีมติให้ทุกฝ่ายยุติการยิงโดยทันทีและหยุดสงครามกลางเมือง พร้อมยืนยันกระบวนการปฏิรูปประเทศไทยต้องเป็นอิสระ ไม่เป็นเครื่องมือของรัฐบาลและนปช.

ที่ประชุมภาคประชาชน อันประกอบไปด้วยภาคประชาสังคม ๑๐๖ องค์กร ไม่น้อยกว่า ๒๐๐ คน เชื่อว่าปัญหาวิกฤตของประเทศไทย เป็นความขัดแย้งที่มีมาอย่างยาว นาน และขณะนี้ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวน มาก

ที่ประชุมภาคประชาชน จึงมีมติร่วมกันดังนี้

๑.ให้ทุกฝ่ายหยุดยิงทันที หยุดสร้างเงื่อนไขความรุนแรง เพื่อเข้าสู่กระบวนการเจรจา

๒.ให้ ศอฉ.ไม่ประกาศ เคอร์ฟิว ให้ นปช. พัก การชุมนุม หรือย้ายการชุมนุมไปในสถานที่ที่ไม่ส่งผลกระทบ ตลอดจนทหารอย่าฉวยโอกาสทำรัฐประหาร

๓.ให้มีพื้นที่ปลอดภัย (พื้นที่สีขาว) สำหรับทุกคนที่ต้องการ

๔.ให้คนในสังคมมีสติและมีส่วนร่วมในการยับยั้งการใช้ความรุนแรงในทุกระดับของสังคม

๕.ให้มีการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงอย่างเร่งด่วน

๖. ภาคประชาชนขออาสาเป็นตัวกลางในการเจรจาหาทางออกจากวิกฤตในครั้งนี้


เครือข่ายภาคประชาชน จำนวน ๑๐๖ องค์กร จำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐๐ คน

๑. กลุ่มเกษตรกรเศรษฐกิจพอเพียง ต.กุดน้ำใส จ.ขอนแก่น

๒. กลุ่มนักศึกษาใส่ใจไทย

๓. กลุ่มเพื่อน ประชาชน

๔. กลุ่มรักษ์เขาชะเมา จ.ระยอง

๕. กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch)

๖. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช)

๗. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ (กป.อพช.ภาคเหนือ)

๘. คณะกรรมการประสานงานองค์กรเอกชนภาคอีสาน (กป.อพช.อีสาน)

๙. คณะกรรมการองค์การพัฒนาเอกชนด้านเอดส์ (กพอ.)

๑๐. คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.)

๑๑. เครือข่ายการแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทย จ.ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์

๑๒. เครือข่ายการศึกษาทางเลือก

๑๓. คณะเสริมสร้างความเข้มแข็งจังหวัดแม่ฮ่องสอน

๑๔. เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย

๑๕. เครือข่ายชุมชน จ.พังงา

๑๖. เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.)

๑๗. เครือข่ายชุมชนฟื้นฟูเกาะลันตา จ.กระบี่

๑๘. เครือข่ายชุมชนฮักน้ำของ จ.อุบลราชธานี

๑๙. เครือข่ายเยาวชน (YPD)

๒๐. เครือข่ายเยาวชนสิทธิมนุษยชน (YPHR)

๒๑. สามชุกตลาดร้อยปี สุพรรณบุรี

๒๒. เครือข่ายติดตามการศึกษาไทย

๒๓. เครือข่ายท้องถิ่นไทย

๒๔. เครือข่ายนักธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (SVN)

๒๕. เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ

๒๖. เครือข่ายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาคประชาชน กรุงเทพมหานคร

๒๗. เครือข่ายป่าชุมชน

๒๘. เครือข่ายพุทธิกา

๒๙. เครือข่ายผลกระทบนโยบายสาธารณะ นครศรีธรรมราช

๓๐. เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี เอดส์ ประเทศไทย

๓๑. เครือข่ายผู้บริโภค ๖ ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ อีสาน ใต้ กลาง ตะวันออก และตะวันตก

๓๒. เครือข่ายพลเมืองเปลี่ยนกรุงเทพ

๓๓. เครือข่ายเยาวชนจากทะเลสู่หุบเขา

๓๔. เครือข่ายรักษ์ทะเลกรุงเทพและสิ่งแวดล้อมบางขุนเทียน

๓๕. เครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำปราจีนบุรี

๓๖. เครือข่ายรักษ์อ่าวไทยตอนบน

๓๗. เครือข่ายลุ่มน้ำบางปะกง ปราจีนบุรี โตนเลสาป

๓๘. เครือข่ายศิลปิน

๓๙. เครือข่ายสันติวิธี (Nonviolence Network)

๔๐. เครือข่ายสิ่งแวดล้อม จ.ปทุมธานี

๔๑. เครือข่ายสิทธิคนจนพัฒนาเมืองภูเก็ต

๔๒. เครือข่ายองค์กรงดเหล้า

๔๓. เครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี

๔๔. โครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านทรัพยากรแร่

๔๕. โครงการเสริมสร้างองค์กรชุมชน จ.สมุทรสงคราม

๔๖. ชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย

๔๗. ชมรมเรารักแม่น้ำท่าจีน นครปฐม

๔๘. ชุมชนท้องถิ่นกรุงเทพ

๔๙. ชุมนุมสหพันธ์สหกรณ์ภาคอีสา

๕๐. บางกอกฟอรั่ม

๕๑. ประชาคมบางลำพู กทม.

๕๒. ประชาสังคม จ.สระแก้ว

๕๓. มูลนิธิเข้าถึงเอดส์

๕๔. กลุ่มภูมิพลังเอดีพี(ADP)

๕๕. มูลนิธิชุมชนไท

๕๖. มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ

๕๗. มูลนิธิเพื่อการพัฒนาวิทยุชุมชนไทย

๕๘. มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

๕๙. มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์

๖๐. มูลนิธิสุขภาพไทย

๖๑. มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม

๖๒. เครือข่ายพนักงานบริการ

๖๓. มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์

๖๔. ศูนย์พัฒนากิจกรรมภาคพลเมืองปราจีนบุรี

๖๕. สถาบันการเรียนรู้ภาคประชาสังคม จ.เพชรบูรณ์

๖๖. สภาเครือข่ายองค์กรเกษตรกรแห่งประเทศไทย(สค.ปท.)

๖๗. สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย

๖๘. สภาราษฎร

๖๙. สภาองค์กรชุมชนเขตพระโขนง

๗๐. สมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย

๗๑. สมัชชาสภาองค์กรชุมชน กรุงเทพมหานคร

๗๒. สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย

๗๓. สมาคมเครือข่ายเกษตรกรไทย (ภาคอีสาน)

๗๔. สมาคมนักรบนิรนาม บก. 333

๗๕. สมาชิกสภาเยาวชน กรุงเทพฯ

๗๖. สหภาพแรงงานไทรอัม

๗๗. เสมสิกขาลัย

๗๘. องค์กรเตรียมรับภัยพิบัติเอเชีย

๗๙. องค์กรพัฒนาการเมือง จ.สระบุรี

๘๐. องค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย

๘๑. เครือข่ายพัฒนาการเมือง ๓ วัย จ.สระบุรี

๘๒. เครือข่าย พ่อแม่-เยาวชน เพื่อการปฏิรูปการศึกษา

๘๓. โครงการสื่อสร้างสุข

๘๔. ชมรมพลังสตรีไทยสร้างชาติ

๘๕. สภาธรรมาภิบาล

๘๖. เครือข่ายวิทยุกระจายเสียง ภาคกลาง

๘๗. เครือข่ายโครงการประชารวมใจคืนความสดใสให้คลองแสนแสบ

๘๘. สภาองค์กรชุมชนตำบลขอนแก่น

๘๙. สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ

๙๐. เครือข่ายสมัชชาสุขภาพภาคกลาง ๒๖ จังหวัด

๙๑. เครือข่ายชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี

๙๒. สหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ

๙๓. เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก

๙๔. สมาคมคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดขอนแก่น

๙๕. คณะขับเคลื่อนเชียงใหม่จัดการตนเอง

๙๖. เครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดขอนแก่น

๙๗. สมาคมผู้บริโภค จ. สงขลา

๙๘. เครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนา

๙๙. เครือข่ายผู้ประสบภัยสึนามิและสิทธิชุมชน

๑๐๐. มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ

๑๐๑. มูลนิธิประชาสังคม

๑๐๒. เครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำตะกั่วป่า คุระบุรี

๑๐๓. ศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดภาคประชาชน

๑๐๔. สหพันธ์เกษตรกรเพื่อการพัฒนาภาคกลาง

๑๐๕. สถาบันจัดการทางสังคม (สจส.)

๑๐๖. เครือข่ายเยาวชนสืบสานภูมิปัญญา

เรียกร้องทุกฝ่ายหยุดฆ่ากัน หยุดสงครามกลางเมืองหยุดเอาชีวิตประชาชนเพื่อแลกกับการบรรลุเป้าหมายทางการเมือง

  เครือข่ายสันติวิธี เรียกร้องทุกฝ่ายหยุดฆ่ากัน หยุดสงครามกลางเมือง

หยุดเอาชีวิตประชาชนเพื่อแลกกับการบรรลุเป้าหมายทางการเมือง

ทุกฝ่ายกำลังพาประเทศไทยไปที่ไหน

 

ขณะนี้ สถานการณ์การความขัดแย้ง ความรุนแรง การใช้อาวุธจากทั้งฝ่ายทหาร และแนวร่วมของผู้ชุมนุม ทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตของประชาชน จำนวนมากถึง ๑๗ ศพ และบาดเจ็บไม่น้อยกว่า ๑๕๐ คน รวมทั้งมีการปะทะกันตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่จะรุนแรงเพิ่มขึ้น

เครือข่ายสันติวิธีและกลุ่มประชาชน ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย หยุดฆ่ากัน หยุดสงครามกลางเมือง หยุดเอาชีวิตประชาชนเพื่อแลกกับการบรรลุเป้าหมายทางการเมืองและพาประเทศไปสู่หายนะ ซึ่งไม่สามารถจะเยียวยาได้ และในฐานะพลเมืองที่มีสิทธิที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย ขอเรียกร้องทุกฝ่ายดังนี้

๑.     ขอให้รัฐบาลถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ต่าง ๆ และขอให้แกนนำ นปช. ประกาศยุติการชุมนุมอย่างชัดเจนปราศจากเงื่อนไข โดยทันที

๒.     ขอให้ผู้อยู่เบื้องหลังกองกำลังไม่ทราบฝ่ายทุกฝ่าย หยุดทำร้ายประชาชน และหยุดทำลายสังคมเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

๓.    ขอให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมเริ่มเก็บหลักฐานที่จะนำไปสู่การค้นหาความจริงในเหตุการณ์ทุกจุด ทุกเหตุการณ์ เพราะเราเชื่อว่าการเปิดเผยความจริงเท่านั้นทำให้ความขัดแย้งลดลง

 

 

เครือข่ายสันติวิธี   ๑๕ พ.ค.๒๕๕๓

 

 

คำแถลงการณ์ด่วนจากเครือข่ายสันติวิธี ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2553

เครือข่ายสันติวิธี เรียกร้องให้ นปช. ยุติการชุมนุมโดยเร็ว  

และขอให้รัฐบาลยกเลิกการมาตรการตัดน้ำตัดไฟที่ชุมนุม 

 

ตามที่นายกรัฐมนตรีได้เสนอกระบวนการปรองดองเพื่อเป็นการคลี่คลายวิกฤตทางการเมืองเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2553 และหลายฝ่ายรวมทั้งเครือข่ายสันติวิธีได้แสดงความสนับสนุน  ซึ่งแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก็ได้ตอบรับที่จะเข้าร่วมกระบวนการปรองดองเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม นั้น 

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม นปช. ได้แถลงยอมรับช่วงเวลาการยุบสภาผู้แทนราษฎรที่รัฐบาลเสนอ และเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม นายกรัฐมนตรีประกาศให้ นปช. ยุติการชุมนุมโดยเร็ว ซึ่งจะเป็นแสดงถึงการยอมรับการปรองดองด้วยการกระทำ มิเพียงแต่ด้วยคำพูดเท่านั้น มิฉะนั้น จะใช้มาตรการของฝ่ายความมั่นคงเพื่อขอพื้นที่คืน 

เครือข่ายสันติวิธีเห็นว่าสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะคลี่คลายสู่การปรองดอง ได้กลับสู่ความตึงเครียดใหม่อีกครั้ง รวมทั้งมีความเสี่ยงต่อการใช้ความรุนแรงมากขึ้น เครือข่ายสันติวิธีจึงขอร้องให้ทุกฝ่ายพยายามอย่างยิ่งที่จะหลีกเลี่ยงและป้องกันความรุนแรง และมีข้อคิดเห็นรวมทั้งข้อเสนอแนะ ดังนี้

1)   ขอให้แกนนำ นปช. ควรประกาศวันที่จะยุติการชุมนุมอย่างชัดเจนปราศจากเงื่อนไข และให้คำมั่นสัญญาที่จะปฏิบัติตามนั้น แล้วเข้ามอบตัวในทันที

2)   ขอให้รัฐบาลไม่ดำเนินการตัดน้ำตัดไฟที่ชุมนุม เพราะทำให้เกิดความยุ่งยากในการดูแลความปลอดภัย รัฐบาลพึงตั้งอยู่ในขันติธรรม พึงละเว้นการดำเนินการที่นำไปสู่การเผชิญหน้ายิ่งขึ้นไปอีก และเดินหน้าตามกระบวนการปรองดองต่อไป

3)   การที่ นปช. เสนอให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เข้ามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหา เพื่อแสดงความพร้อมในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วยเหตุผลและอารมณ์ความรู้สึต่างๆนั้น ก็เป็นเรื่องที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณพึงรับไว้พิจารณาเพื่อเห็นแก่กระบวนการปรองดอง

4)   ผู้มีอำนาจหน้าที่ไม่ควรคัดค้านคำขอประกันตัวของแกนนำ นปช. ในชั้นศาล เพราะการไม่ให้ประกันตัวและนำแกนนำไปคุมขัง ไม่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการปรองดอง อีกทั้งยังมีความเสี่ยงว่า นปช. อาจจัดการชุมนุมใน  สถานที่ต่าง ๆ โดยขาดแกนนำที่สามารถควบคุมการชุมนุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งล่อแหลมต่อการเกิดความรุนแรงมากขึ้นได้

5)   ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งพรรคการเมือง ผู้สนับสนุน นปช. และสาธารณชน ควรเข้าร่วมการเรียกร้องให้ นปช. ประกาศวันที่จะยุติการชุมนุมโดยเร็ว เพื่อไม่ก่อผลกระทบที่เนิ่นนานและเกินจำเป็น โดยเฉพาะผลกระทบต่อการเปิดเรียนของนักเรียน ทั้งนี้ จะเป็นการถอยจากหุบเหวแห่งความรุนแรง  และก้าวสู่กระบวนการปรองดองที่อยู่แค่เอื้อมได้ทันท่วงที

 

เครือข่ายสันติวิธี   12 พ.ค. 2553

 

 

 

 

 

ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี โทร. 02849-6072-4

เครือข่ายสันติวิธี โทร.02-8830592/02-8869881  

เครือข่ายสันติวิธี กับองค์กรภาคประชาสังคมลงนาม ข้อเสนอต่อรัฐบาลและ นปช. เพื่อถอดสลักความรุนแรงวันที่ 22 เมษายน 2553

หลังจากวิกฤตทางการเมืองและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 เมษายน 2553 แล้วนั้น เหตุการณ์ยังไม่ได้คลี่คลายไปในทางที่ดี หากยังมีการเผชิญหน้า ความตึงเครียด และมีโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงอีกรอบหนึ่งได้ ขณะนี้รัฐบาลมีความห่วงใยในเรื่องนิติรัฐและการบังคับใช้กฎหมาย การแก้ปัญหาที่เป็นพื้นฐานความขัดแย้ง และการแก้ไขปัญหาทางการเมืองซึ่งคำตอบอาจเป็นการยุบสภาผู้แทนราษฎรในเวลาที่เหมาะสมก็ได้ ส่วนแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เสนอให้มีการยุบสภาโดยทันทีเพื่อเป็นการคืนอำนาจให้ประชาชน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาความยากจนการเลือกปฏิบัติ และความเหลื่อมล้ำในสังคม แม้ทั้งสองฝ่ายอาจเห็นพ้องกันในเรื่องการยุบสภา แต่ยังมีข้อแตกต่างที่สำคัญในเรื่องเงื่อนเวลา องค์กรและกลุ่มที่มีรายชื่อข้างท้ายนี้ จึงมีข้อเสนอต่อรัฐบาลและ นปช. เพื่อถอดสลักความรุนแรงดังนี้

1.รัฐบาลควรอธิบายให้ชัดเจนว่า มีภารกิจที่สำคัญประการใดที่จะปฏิบัติให้สำเร็จลุล่วงไปก่อนการยุบสภา เช่น การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในบางมาตรา (ถ้าจำเป็น) การดูแลให้กฎหมายงบประมาณผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา การแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจบางประการ ตลอดจนปัญหากระบวนการทางการเมืองอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อขอความเข้าใจจาก นปช. และสังคม ขณะเดียวกันรัฐบาลก็พึงรับฟังข้อเรียกร้องของ นปช. ที่เร่งรัดการยุบสภาด้วย ดังนั้น ระยะเวลาการยุบสภาจึงไม่ควรเกินห้าเดือนหรือก่อนหน้านั้น โดยต้องเร่งรัดภารกิจที่ประสงค์จะกระทำ หรือยกให้เป็นภารกิจระยะยาวต่อไป
2.ทุกฝ่ายพึงร่วมมือกันลดการใช้สื่อสร้างความเกลียดชังและชักนำให้เกิดความรุนแรงและดำเนินการต่างๆ เพื่อให้การเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นหลังการยุบสภา เป็นไปโดยเสรี สุจริต เที่ยงธรรม และทุกฝ่ายยอมรับผล รัฐบาลต้องสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคประชาสังคม ในการสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสอดส่องดูแลการเลือกตั้ง
3.ทุกฝ่ายพึงปฏิบัติตามกฎหมาย หากผู้ใดถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมาย ก็ควรมีโอกาสต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมปกติ หรือใช้ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์อันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสัจจะและการคืนดีกัน
4.รัฐบาลและ นปช. ควรร่วมมือกันพิสูจน์ความจริง และแสดงความรับผิดชอบ เรื่องการใช้ความรุนแรง บริเวณถนนดินสอและสี่แยกคอกวัวในคืนวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่นำมาสู่ความสูญเสียชีวิต 25 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 800 คน โดยคณะกรรมการที่เป็นกลางและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายอย่างแท้จริง
5.รัฐบาลและ นปช. ควรร่วมมือกันและแสวงความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อความเป็นธรรมและการปฏิรูปการเมืองเพื่อทำหน้าที่ในอันที่จะตอบสนองความต้องการพื้นฐาน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน ดังนี้
•ศึกษาและเสนอแนะการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองรวมทั้งการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
•ศึกษาและเสนอแนะการปฏิรูปกฎหมายเพื่อความเป็นธรรมในสังคมและลดช่องว่างระหว่างรายได้ เช่น การปฏิรูปที่ดิน การจัดเก็บภาษีที่ดิน การจัดเก็บภาษีแบบก้าวหน้า ภาษีมรดก ภาษีทรัพย์สิน และภาษีการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อนำมาจัดระบบสวัสดิการของประชาชน และเพื่อลดช่องว่างระหว่างประชาชนในชาติ อันเป็นสาเหตุสำคัญของความแตกแยกในปัจจุบัน
•ส่งเสริมการมีส่วนร่วม การใช้จินตนาการ และความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาสังคมการเมือง
•สื่อสารกับสังคมอย่างสร้างสรรค์เพื่อสร้างพลังทางสังคมในการแปลงเปลี่ยนความขัดแย้งและการปฏิรูปสังคมการเมือง
เพื่อถอดสลักความรุนแรงที่กำลังเผชิญหน้าสังคมในขณะนี้ รัฐบาลและ นปช. จะต้องรีบประกาศให้ความเห็นชอบในหลักการกับข้อเสนอข้างต้น โดยรัฐบาลจะหยุดมาตรการเชิงรุกใดๆ เพื่อเตรียมยกเลิกประกาศการใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ลดการชุมนุมที่อาจนำไปสู่การกระทบกระทั่งกันระหว่างผู้ชุมนุมต่างกลุ่ม และ นปช. พร้อมจัดระเบียบและย้ายที่ชุมนุม เพื่อนำไปสู่การชุมนุมโดยสงบและสลายการชุมนุมไปในที่สุด แล้วจัดตั้งคณะกรรมการร่วมที่มีหน้าที่พิจารณาทำความตกลงในรายละเอียดต่างๆ ต่อไป

เครือข่ายและองค์กรผู้ร่วมลงนาม
เครือข่ายสันติประชาธรรม
เครือข่ายสันติวิธี (Nonviolence Network)
เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี
เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน
ศูนย์ข่าวสารสันติภาพ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล
สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.)
มูลนิธิสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

จดหมายเปิดผนึกถึงภาคสื่อโทรทัศน์ ที่เครือข่ายสันติวิธีร่วมเป็น 16 องค์กรภาคประชาสังคม ยื่นในวันที่ 20 เมษายน 2553

20 เมษายน 2553

เรียน ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่ผ่านมา ที่ทำให้มีผู้ชุมนุมเสียชีวิต 16 คน เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 6 คน และมีผู้บาดเจ็บกว่า 800 คนนั้น เป็นการสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตที่ทำให้ประเทศไทยยิ่งถลำลึกลงไปสู่วิกฤตการณ์ของความรุนแรงและความแตกแยกมากยิ่งขึ้น

กลุ่มองค์กรและเครือข่ายภาคประชาชนจำนวน 16 องค์กร (ดังรายนามแนบท้าย) ได้จัดการประชุมเมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อประเมินสถานการณ์ปัญหา และวางแผนในการร่วมมือกันจัดกิจกรรมเพื่อหาทางออกจากวิกฤตการเมืองและความขัดแย้งในครั้งนี้ ซึ่งที่ประชุมได้มีข้อเสนอสำคัญในการเข้าพบผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมมือกันในการหาทางออกจากปัญหาและวิกฤตความขัดแย้งของสังคมไทยในครั้งนี้ โดยตระหนักร่วมกันว่า สื่อมวลชนและสถานีโทรทัศน์ โดยเฉพาะสื่อมวลชนโทรทัศน์มีบทบาทสำคัญในการช่วยป้องกันความรุนแรง ลดความสูญเสียที่อาจจะยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในสังคมไทยในปัจจุบัน

กลุ่มองค์กรและเครือข่ายภาคประชาชนจำนวน 16 องค์กร จึงใคร่ขอร้องให้ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ ยึดมั่นนโยบายยุติความรุนแรง ใช้ “สันติวิธี” และ “การเจรจา” ในการแก้ปัญหา

ขอให้สถานีโทรทัศน์มีรายการพิเศษในช่วงเวลาสำคัญวันละไม่น้อยกว่า ๑ ชั่วโมง เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มต่าง ๆ ได้นำเสนอและหาแนวทางในการออกจากความขัดแย้งร่วมกันและมีส่วนร่วมในการแก้วิกฤตในครั้งนี้

ในภาวะวิกฤตดังเช่นเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ขอให้สถานีโทรทัศน์หยุดการออกอากาศรายการปกติเป็นการชั่วคราว และสนับสนุนให้ผู้ประกาศข่าวมีบทบาทในการเป็นผู้ป้องกันความรุนแรง และร่วมกันเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรงที่กำลังจะเกิดขึ้นโดยทันที

ประการสุดท้าย ขอให้หลีกเลี่ยงการนำเสนอข่าว ข้อมูล หรือประเด็นที่จะเพิ่มความเกลียดชังและความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม

ท่านอาจารย์พุทธทาส ภิกขุ เปรียบสื่อมวลชนเป็นดังปูชนียบุคคล จึงขอให้บทเรียนวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ได้มีโอกาสสร้างปูชนียบุคคลในวงการสื่อมวลชน ในการป้องกันความรุนแรง การเข่นฆ่า อาฆาต ตลอดจนช่วยผลักดันให้สังคมไทยใช้สันติวิธี สามารถเปลี่ยนความคิดของคนในประเทศ ให้กลับมาสู่เส้นทางที่จะออกจากวิกฤตการณ์ได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ

รายนามองค์กร เครือข่ายที่ร่วมลงนาม

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า

ศูนย์สันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป. อพช.)

เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทย ทุกฝ่ายหยุดใช้ความรุนแรง

เครือข่ายสันติวิธี (Nonviolence Network)

กลุ่มประชาชนผู้ไม่เอาสงครามกลางเมือง

กลุ่มนักวิชาการประชาธิปไตยเห็นต่างกันได้ แต่อย่าใช้ความรุนแรง

เครือข่ายจิตอาสา

คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35

เครือข่ายพุทธิกา

มูลนิธิชุมชนไท

กลุ่มนักศึกษาใส่ใจไทย

องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.)

กลุ่มเยาวชนศึกษาสันติวิธี

ศูนย์อาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เครือข่ายสันติวิธี ร่วมผนึกกับ๑๖ องค์กรภาคประชาสังคมยื่นหนังสือต่อรัฐบาล และแกนนำนปช. ประจำวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๓

หนังสือถึงรัฐบาลและแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
ขอร้องให้ทุกฝ่ายใช้ “สันติวิธี” และ “การเจรจา” ช่วยกันพาประเทศไทยออกจากวิกฤต
จากกลุ่มองค์กรภาคประชาชน ... องค์กร

๑๙ เมษายน ๒๕๕๓

เรียน นายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)
และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ที่ทำให้มีผู้ชุมนุมเสียชีวิต ๑๖ คน เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต ๖ คน และมีผู้บาดเจ็บกว่า ๘๐๐ คนนั้น เป็นการสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตที่ทำให้ประเทศไทยยิ่งถลำลึกลงไปสู่วิกฤตการณ์ของความรุนแรงและความแตกแยกมากยิ่งขึ้น ก่อนที่ประเทศไทยจะถลำลึกยิ่งไปกว่านี้ กลุ่มองค์กรภาคประชาชนจำนวน .... องค์กร ดังรายนามข้างท้าย ขอร้องทุกฝ่ายให้ช่วยกันเปลี่ยนเส้นทางของประเทศไทยที่กำลังเดินหน้าไปสู่หายนะ โดยใช้ “สันติวิธี” และ “การเจรจา” ในการแก้ปัญหาและนำพาประเทศไทยออกจากวิกฤต โดยขอเสนอแนวทางดังต่อไปนี้

๑. ขอให้การสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตในเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายนที่ผ่านมาเป็นบทเรียนแก่ทุกฝ่ายว่า ความรุนแรงไม่ใช่หนทางที่จะพาประเทศไทยออกจากวิกฤตได้ เพราะทำให้ความขัดแย้งแตกแยกยิ่งรุนแรง และทำให้ความสมานฉันท์ของคนในประเทศยิ่งเกิดได้ยากยิ่งขึ้น การใช้กำลังบังคับให้ยุติการชุมนุม หรือผลักดันผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่นั้น ถ้ามีผู้ชุมนุมจำนวนมากเป็นหมื่นคนขึ้นไปแล้ว ประสบการณ์ของทุกประเทศทั่วโลกและของประเทศไทยคือ ถึงแม้จะพยายามลงมือโดยไม่ให้มีการสูญเสีย แต่ไม่เคยมีประเทศใดสามารถทำสำเร็จได้โดยไม่มีการสูญเสียเลือดเนื้อเลย แต่กลับยิ่งทำให้เหตุการณ์ลุกลามไปมากขึ้นทั้งสิ้น โดยเฉพาะสำหรับประเทศไทยในขณะนี้ที่มีกลุ่มบุคคลที่ไม่ทราบสังกัดที่แน่ชัดเข้ามาใช้ความรุนแรงด้วยจะยิ่งทำให้เกิดความสูญเสียมากยิ่งขึ้น การชุมนุมของ นปช. ที่สี่แยกราชประสงค์ เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องหาทางคลี่คลายแก้ไข แต่ขอให้ไม่ใช้วิธีการรุนแรงและการสลายการชุมนุม เพราะจะเกิดความสูญเสียยิ่งไปกว่าที่ผ่านมา และจะยิ่งทำให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลายจนถึงขนาดอาจจะเกิดสงครามกลางเมืองได้ และในด้านของผู้ชุมนุมก็ต้องไม่ใช้ความรุนแรง และไม่ให้มีอาวุธในที่ชุมนุม
๒. ขอให้ทั้งสองฝ่ายถอยคนละก้าว เพื่อเปลี่ยนเส้นทางที่กำลังพาประเทศไทยมุ่งหน้าไปสู่การแตกหักและความพังพินาศของทุกฝ่าย มาใช้ “สันติวิธี” ในการแก้ปัญหา โดยขอให้รัฐบาลถอยก้าวหนึ่งด้วยการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง และ ขอให้คนเสื้อแดงถอยก้าวหนึ่งด้วยการเปลี่ยนที่ชุมนุมจากสี่แยกราชประสงค์เป็นพื้นที่อื่น หรืออย่างน้อยต้องเปิดพื้นที่ให้ห้างร้านต่างๆ ในบริเวณนั้นสามารถทำการได้ตามปกติเพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการค้า ซึ่งไม่ได้มีแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่มีผู้ประกอบการรายย่อยๆ พนักงาน และคนหาเช้ากินค่ำจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากในขณะนี้ และควรหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวที่จะนำไปสู่การปะทะหรือการสูญเสีย ทุกฝ่ายควรตระหนักว่า “การเมือง” ในระบอบประชาธิปไตยคือ “การเอาชนะใจประชาชน” ไม่ใช่ด้วยการใช้กำลัง หรือการบังคับให้คนอื่นต้องปฏิบัติตาม การถอยก้าวหนึ่งเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียเลือดเนื้อไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่จะชนะใจประชาชน และจะเป็นการรุกในทางการเมือง ฝ่ายใดยอมถอยก้าวหนึ่งก่อนจะได้ความชอบธรรมในทางการเมือง และทำให้อีกฝ่ายต้องถอยด้วย ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีโอกาสอีกครั้งในการหาทางออกโดยที่ไม่ต้องแลกด้วยเลือดเนื้อชีวิต
๓. ขอให้ทุกฝ่ายใช้วิธีการเจรจาและการประนีประนอมกันในการแก้ปัญหา ในการเจรจาที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องต้องกันแล้วว่า วิกฤตการณ์ทางการเมืองและความขัดแย้งของคนในประเทศควรจบที่การเลือกตั้งครั้งหน้า สิ่งที่แตกต่างกันมีแต่เพียงว่าเราควรมีการเลือกตั้งเมื่อไร สภาผู้แทนราษฎรเหลือเวลาเพียง ๑ ปี ๘ เดือน ถ้าเราเลือกตั้งเร็วขึ้นและยุติปัญหาได้ ก็ควรจะเป็นหนทางที่ประเทศไทยควรเลือกมากกว่าวิถีทางที่มุ่งหน้าไปสู่การแตกหักและความสูญเสีย รัฐบาลยอมที่จะให้มีเลือกตั้งเร็วขึ้นแล้ว คนเสื้อแดงควรที่จะยอมประนีประนอมในเรื่องระยะเวลาด้วย เพราะมีประชาชนจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา และยังมีความเห็นที่หลากหลายที่ทั้งสองฝ่ายควรต้องรับฟัง ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายควรผ่อนเงื่อนไขเข้าหากัน และหากรอบเวลาที่ยอมรับกันได้ทุกฝ่าย เพราะประชาธิปไตยนั้นไม่มีใครได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ตามที่ต้องการ พรรคการเมืองต่างๆ ในสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลก็ควรใช้กลไกรัฐสภาและมีการเจรจากันเพื่อช่วยหาทางออกให้กับประเทศด้วย
๔. ขอให้ทุกฝ่ายหยุดการนำเสนอข้อมูลที่เป็นด้านเดียว เพราะในสถานการณ์ความขัดแย้งแบ่งข้างของคนในประเทศเช่นนี้ การที่แต่ละฝ่ายต่างให้ข้อมูลด้านเดียวในการสร้างความชอบธรรมให้กับฝ่ายของตนเอง จะยิ่งนำไปสู่ความเกลียดชังและความแตกแยกของคนในประเทศยิ่งขึ้น
๕. ขอให้ทหารอย่าทำรัฐประหารอีก เพราะจะยิ่งทำให้ประเทศไทยยิ่งถลำลึกลงไปในวิกฤตการณ์ยิ่งขึ้น และจะทำให้ประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายช่วยกันประคับประคองและพาเดินหน้ามาจนถึงขณะนี้จะถอยหลังไปหลายสิบปี กองทัพจากที่เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายให้กับรัฐบาลจะกลายเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง และจะถูกต่อต้านจนจะนำไปสู่การสูญเสียเลือดเนื้อชีวิต ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายจนแก้ไขไม่ได้ยิ่งขึ้น นับจากนี้ไปคนไทยต้องเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาโดยใช้วิถีทางประชาธิปไตยเท่านั้น

ขอให้ความสูญเสียที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนแก่สังคมไทยว่า ความรุนแรงและการแตกหักไม่ใช่หนทางในการแก้ปัญหา ประชาธิปไตยคือการอยู่ร่วมกันให้ได้ภายใต้ความแตกต่าง ไม่ใช่การทำลายล้างกันไปข้างหนึ่ง ถ้าสังคมไทยช่วยกันใช้สันติวิธีและวิถีทางประชาธิปไตย เราจะสามารถเปลี่ยนเส้นทางของประเทศไทยจากที่กำลังเดินไปสู่หายนะ ให้กลับมาสู่เส้นทางที่จะออกจากวิกฤตการณ์โดยไม่เสียเลือดเนื้อได้ ประชาธิปไตยของประเทศไทยได้เดินหน้ามาไกลแล้ว ถ้าเราอดทนเราจะผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้ ดังเช่นที่ประเทศต่างๆ ที่มีประชาธิปไตยที่มั่นคงล้วนแต่ต้องผ่านช่วงเวลาเช่นนี้ไปทั้งสิ้น และถ้าเราผ่านไปได้ คือชัยชนะของประเทศ ซึ่งเป็นชัยชนะของทุกฝ่ายและของเราทุกคน

รายนามองค์กร เครือข่ายที่ร่วมลงนาม

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า
ศูนย์สันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป. อพช.)
เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทย ทุกฝ่ายหยุดใช้ความรุนแรง
เครือข่ายสันติวิธี (Nonviolence Network)
กลุ่มประชาชนผู้ไม่เอาสงครามกลางเมือง
กลุ่มนักวิชาการประชาธิปไตยเห็นต่างกันได้ แต่อย่าใช้ความรุนแรง
เครือข่ายจิตอาสา
คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา ๓๕
เครือข่ายพุทธิกา
มูลนิธิชุมชนไท
กลุ่มนักศึกษาใส่ใจไทย
องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.)
กลุ่มเยาวชนศึกษาสันติวิธี
ศูนย์อาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ขอให้ทุกฝ่ายยึดมั่นแนวทางสันติวิธี จึงจะช่วยสังคมไทยรอดพ้นวิกฤต ๑๖ เมษายน ๒๕๕๓

ขอให้ทุกฝ่ายยึดมั่นแนวทางสันติวิธี จึงจะช่วยสังคมไทยรอดพ้นวิกฤต

๑๖ เมษายน ๒๕๕๓

เครือ ข่ายสันติวิธีใคร่ขอแสดงความยินดีต่อฝ่ายรัฐบาลและฝ่าย นปช. ที่ได้ร่วมกันประคับประคองประเทศ ไม่ให้เกิดความรุนแรงทางการเมืองระหว่างเทศกาลสงกรานต์ แต่ในขณะเดียวกัน ข่าวการประกาศมาตรการแข็งกร้าวของ ศอฉ. ต่อการปราบปรามการก่อการร้ายในกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้ส่อเค้าวิกฤติความรุนแรงขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
เครือข่ายสันติวิธี จึงใคร่ขอเรียกร้องต่อรัฐบาล และแกนนำผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ ดังนี้
๑. ขอให้รัฐบาลไม่ยกระดับการควบคุมการชุมนุมโดยการประกาศใช้ กฎอัยการศึก และไม่ใช้กำลังสลายฝูงชน ตราบใดที่ยังไม่อาจจับกุม "ผู้ก่อการร้าย"ได้ เพราะจะเปิดช่องให้พวกนั้นก่อความรุนแรงได้อีก
๒. ขอให้ นปช.ยึดมั่นในหลักการ สงบ สันติ ที่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่ต้น โดยลดระดับการชุมนุมด้วยการนำผู้ชุมนุมทั้งหมดกลับไปชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้า แทน และยุติการนำผู้ชุมนุมไปกดดันตามสถานที่ต่างๆ
๓. ขอให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบในการสลายฝูงชนเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายนที่ผ่านมาต่อการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่ทำการสลายการชุมนุมในภาวะและ เวลาที่สุ่มเสี่ยงต่อความรุนแรง ที่เปิดโอกาสให้มีผู้ไม่ประสงค์ดีฉกฉวยสถานการณ์ก่อความรุนแรงมา
๔. ขอเรียกร้องให้แกนนำนปช.แสดงความรับผิดชอบที่ปล่อยให้กองกำลังนิรนามเข้ามา ปะปนกับผู้ชุมนุม หรือรู้เห็นเป็นใจกับกองกำลังดังกล่าว ซึ่งขัดกับแนวทาง สันติ-อหิงสา ที่ นปช.ประกาศมาตลอด ทั้งนี้ให้แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากแกนนำ และแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการพาการ์ดนปช.ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นบุรุษชุด ดำไปมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสอบสวน
๕. ขอให้รัฐบาลและ นปช. ยุติการใช้สื่อเสนอข่าวสารด้านเดียวเพื่อผลทางจิตวิทยาสังคม โดยหวังให้เห็นว่าฝ่ายตนมีความถูกต้องชอบธรรมเพียงฝ่ายเดียว
๖. ขอให้ทั้งสองฝ่ายหยุดใช้วาทกรรมกล่าวโทษ เช่น กล่าวว่าอีกฝ่ายมีเจตนาแอบแฝงในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือมีเจตนารักษาอำนาจโดยทุกวิถีทาง ซึ่งนอกจากจะไม่มีข้อยืนยันแล้ว รังแต่จะทำให้เกิดความเกลียดชังและกระตุ้นอารมณ์ให้ใช้ความรุนแรงได้

ติดต่อกับเครือข่ายสันติวิธี
Facebook: เครือข่ายสันติวิธี Twitter: http://twitter.com/nonviolencenet
Email: peaceroom2010@gmail.com Website: www.nonviolencenetwork.com
โทรศัพท์ 02- 883-2971 โทรศัพท์มือถือ 086-3005458

ประกาศชี้แเจง จากข้อความที่มีการเขียนดังนี้"@Thitabhas: เครือข่ายสันติวิธีรวมตัวที่อนุเสาวรีย์ชัยในวันนี้ที่ ๑๔ เม.ย ๕๓

ประกาศชี้แเจง จากข้อความที่มีการเขียนดังนี้ "@Thitabhas: เครือข่ายสันติวิธีรวมตัวที่อนุเสาวรียชัยโบกสะบัดธงชาติชูภาพในหลวงรณรงค์และชวนพลังเงียบมาร่วมขอสันติคืนสู่กทม.แก่ผู้ผ่านไปมา."

เครือข่ายสันติวิธีมิได้สงวนวิธีสันติวิธีที่เครือข่ายเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น หากแต่ตอนนี้เครือข่ายเกี่ยวกับด้านสันติวิธีมีชื่อที่คล้ายกันมาก และตอนนี้ในข้อความนี้ที่มีชื่อเครือข่ายสันติวิธี ซึ่งถือว่าใช้ชื่อเดียวกันเลย เพื่อไปเขียนข้อความการเคลื่อนไหวรณรงค์ทางด้านสันติวิธีของบางกลุ่ม ซึ่งไม่ทราบชัดเจนว่าเป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มใด หากแต่เป็นการเคลื่อนไหวที่มิมีการใช้ความรุนแรงทางเครือข่ายก็สนับสนุนเป็นกำลังใจทุกฝ่ายที่เห็นความสำคัญของสันติวิธี แต่วันนี้ทางเครือข่ายสันติวิธี สัญลักษณ์นกบิน คล้ายมือสีรุ้ง ก็ขอยืนยันว่าวันนี้มิได้มีกิจกรรมการนัดรวมคนที่บริเวณอนุเสาวรีย์ชัยเลย จึงเรียนมาเพื่อให้ทุกฝ่ายทราบและพิจารณาในการอ่านข่าวสารต่างๆ ด้วยคะ
และหากจะติดตามการเคลื่อนไหวกิจกรรมการทำงานของเครือข่ายสามารถเข้ามาติดตามได้ทีดังกล่าวข้างล่างนี้เท่านั้นคะ
จึงเรียนมาเพื่อชี้แจงและแจ้งให้ทราบทั่วกัน

ติดต่อกับเครือข่ายสันติวิธี
Facebook: เครือข่ายสันติวิธี
Twitter: http://twitter.com/nonviolencenet
Email: peaceroom2010@gmail.com
Website: www.nonviolencenetwork.com
โทรศัพท์ 0-2883-2971 โทรสาร 0-2424-7401 โทรศัพท์มือถือ 08-6300-5458

Syndicate content