รายงานสันติอาสา ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓: ทหาร ปะทะ นปช. บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เวลาประมาณบ่าย ๓ – ๕ โมงเย็น

เวลาราวๆ บ่ายโมง สันติอาสาสักขีพยานได้ฟังข่าวช่องทีวีไทยรายงานว่า เกิดการปะทะระหว่างกลุ่ม นปช. ที่ยกกำลังไปกดดันทหารบริเวณหน้ากองทัพภาค ๑ เนื่องจากเข้าใจว่าทหารจะมาสลายการชุมนุม จนทหารต้องฉีดน้ำ และขว้างแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมถอยออกจากหน้ากองทัพภาค ๑ และเหตุการณ์สงบลง

สันติอาสาฯ จึงเดินทางมาที่สะพานผ่านฟ้า พอดีกับได้ยินแกนนำบนเวทีคือคุณขวัญชัย ไพรพนา กล่าวกับผู้ชุมนุมว่า “ทหารมันจะมาสลายเรา เราไปสลายมันก่อนดีไหม” พร้อมกับเสียงโห่ร้องของผู้ชุมนุมที่กระจายตัวอยู่หลวมๆ ทั่วบริเวณเวทีปราศรัย แต่คุณวิสา คัญทัพ แกนนำบนเวทีอีกคนหนึ่งกล่าวต่อในทันทีว่า ขอให้ผู้ชุมนุมยึดหลักสันติวิธี ให้อยู่แต่ในพื้นที่การชุมนุม อย่ารุกเข้าไปในพื้นที่ของทหาร

หลังจากนั้น มีแกนนำบนเวทีแนะนำการป้องกันแก๊สน้ำตา การจัดกำลังเพื่อปกป้องพื้นที่การชุมนุม เช่น การปกป้องลำโพงตามจุดต่างๆ เพื่อให้สามารถฟังคำสั่งจากบนเวทีได้ การเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมออกมาอยู่บริเวณหน้าเวทีให้มากที่สุด และมิให้ตระหนกตกใจต่อการสลายการชุมนุมที่อาจเกิดขึ้น

เริ่มมีเฮลิคอปเตอร์ทหารบินวนไปมาอย่างช้าๆ เหนือบริเวณที่ชุมนุม ท่ามกลางเสียงโห่ร้องไม่พอใจของผู้ชุมนุม

แกนนำผู้ชุมนุมบนเวทีประกาศว่า มีการปะทะกันตามจุดต่างๆ เป็นระยะๆ เช่น บริเวณสี่แยกคอกวัว บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ พร้อมขอให้ผู้ชุมนุมจัดแบ่งกำลังกันไปช่วยรักษาพื้นที่การชุมนุมตามจุดต่างๆ ที่ประกาศ และสำทับว่า อย่าตระหนกตกใจเมื่อได้รับฟังข่าวต่างๆ จนเผยแพร่ข่าวลือออกไปเอง ให้มาแจ้งและรับฟังการชี้แจงจากแกนนำบนเวทีเท่านั้น

ประมาณบ่ายสามโมง สันติอาสาฯ เดินทางไปยังสะพานมัฆวานฯ พบว่ามีทหารหลายร้อยนาย ตั้งแถวอยู่เต็มสะพาน หลายแถวแรกถือโล่และกระบอง แถวหลังๆ ถือปืน และปืนกลมือ โดยมีผู้ชุมนุมกระจายตัวบนถนนหันหน้าเข้าหาทหาร จากจุดที่สันติอาสายืนอยู่ (เชิงสะพานมัฆวานฯ ฝั่งวัดมกุฏกษัตริยาราม) มองไปโดยรอบไม่พบว่าบุคคลที่แสดงตนว่าเป็นแกนนำผู้ชุมนุมอยู่ในบริเวณดังกล่าวแต่อย่างใด

สันติอาสาฯ ยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านข้างแถวทหารและผู้ชุมนุมหน้าอาคารสหประชาชาติ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นชุดพร้อมกับทหารใช้กระบองตีโล่และเดินเคลื่อนขบวนผลักดันผู้ชุมนุมจนล่าถอยไปตามถนนราชดำเนิน แต่เพียงประมาณสองนาที ก็เห็นทหารถอยกลับมา โบกมือให้คนที่อยู่รอบข้างให้ถอยออกไป พร้อมกับสันติอาสาฯ รู้สึกแสบตา จมูก ต้องเอาผ้าพันคอปิดหน้าวิ่งหลบออกมาทางวัดมกุฏฯ

ทหารกลับไปตั้งแถวบนสะพานมัฆวานฯ เหมือนเดิม ในขณะที่ผู้ชุมนุมเดินกลับเข้ามาอยู่บนถนนหน้าสะพานใกล้ทหารมากขึ้นเรื่อยๆ จนประชิดกัน มีการพูดคุยทักทายกัน ผู้ชุมนุมบางส่วนเอาน้ำและอาหารมาให้กับทหาร

มีผู้ชุมนุมหญิงคนหนึ่งกล่าวผ่านเครื่องเสียงจากเต๊นท์หน้าอาคารสหประชาชาติ อธิบายถึงการใช้กระสุนยางของทหารว่า จะยิงไม่เกินระดับเอวลงมา ดังนั้น เมื่อได้ยินเสียงปืนอย่าก้มตัวหลบ เพราะอาจได้รับอันตราย

สักพักหนึ่ง มีทหารบอกให้ผู้ชุมนุมถอยออกมา อย่ายืนชิดกับทหารมากเกินไป จากนั้นจึงได้ยินเสียงปืนดังขึ้นถี่ยิบจากฝั่งทหาร พร้อมกับทหารแถวหน้าที่ถือโล่และกระบองเดินเข้าผลักดันผู้ชุมนุมให้ถอยร่นไปตามถนนราชดำเนินอีกครั้ง แต่เพียงไม่ถึง ๕ นาที ก็เห็นทหารถอยกลับมาอีกครั้ง พร้อมทั้งมีแก๊สน้ำตาถูกโยนเข้ามาในกลุ่มทหาร สันติอาสาฯ ต้องหลบเข้าไปในเต๊นท์ของผู้ชุมนุมที่ตั้งอยู่หน้าประตูใหญ่สหประชาชาติ และขยับถอยออกมาด้านข้างไปทางถนนหน้าวัดมกุฏฯ เห็นผู้ชุมนุมเริ่มวิ่งเข้าใส่ทหารอย่างรวดเร็ว จนทหารถอยไม่เป็นขบวน บางส่วนแตกแถวออกมาทางถนนด้านวัดมกุฏฯ มี ๒ คนถอยมาอยู่ตรงหน้าสันติอาสาฯ และถูกผู้ชุมนุมระดมใช้ไม้ ด้ามธง ก้อนอิฐ ขว้างและตี จนล้มลงก่อนถูกรุมสกรัมจนเลือดอาบใบหน้า แม้ว่าจะมีผู้ชุมนุมบางคนพยายามห้ามปรามไว้

กลุ่มผู้ชุมนุมไล่ตีทหารจนส่วนใหญ่ต้องถอยร่นข้ามสะพานมัฆวานฯ ไปจนถึงหน้าประตูใหญ่กระทรวงศึกษาธิการ (เดินตามไปดู ภายหลังจากเหตุการณ์สงบแล้ว) สันติอาสาฯ ยังอยู่บริเวณเชิงสะพานมัฆวานฯ เห็นทหารที่แตกกลุ่มออกมาประมาณ ๑๐ กว่าคนพยายามเดินกลับไปทางสะพานเพื่อรวมกับกลุ่มใหญ่ ระหว่างทางมีผู้ชุมนุมบางคนช่วยกันทหารไว้ แต่บางคนเข้าไปดึงโล่และกระบองมาจากทหารได้

เดินไปทางวัดมกุฏฯ เห็นกลุ่มชุมนุมรุมล้อมทหารนายหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นลม กับบนฟุตบาทใกล้ๆ มีทหารถือกล่องพยาบาลและผู้ชุมนุมกำลังช่วยกันทำแผลให้กับผู้ชุมนุมชาย ๒ คนที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าแข้ง เป็นแผลถลอก (ไม่ลึก) ขนาดประมาณเหรียญ ๕ บาท ผู้ชุมนุมบอกว่าตอนโดนยิง ถึงกับทรุดลงไปเลย ทหารบอกว่าเกิดจากกระสุนยาง

เมื่อเหตุการณ์ปะทะเริ่มสงบแล้ว สันติอาสาฯ จึงเดินกลับไปทางเชิงสะพานมัฆวานฯ เห็นผู้ชุมนุมคนหนึ่งนำวัตถุคล้ายปลอกกระสุนลูกซองมาแสดงให้ผู้ชุมนุมคนอื่นดู เมื่อเดินไปถึงหน้ากระทรวงศึกษาธิการ เห็นกลุ่มผู้ชุมนุมและทหารยืนเผชิญหน้ากัน ห่างราว ๕ เมตรโดยมีแผงเหล็กกั้นกลางระหว่างกัน มีแกนนำบนรถปิ๊กอัพและทหารพูดคุยกันผ่านเครื่องขยายเสียงห่างกันราว ๔๐-๕๐ เมตร

ระหว่างนั้น เพื่อนสันติอาสาฯ อีกคนหนึ่งได้รับการติดต่อจากผู้ชุมนุมที่รู้จักกัน ว่ามีเด็กเห็นผู้ชุมนุมถูกยิงอยู่แถวบ้านเรือแจว บนถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษมฝั่งวัดโสมนัส จึงชวนกันออกเดินตามหาจนพบ ทำให้ทราบว่าเป็นกลุ่มเยาวชนจากพัทยา พวกเขาต้องการกลับไปชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ แต่ไม่รู้จักทาง สันติอาสาฯ จึงนำกลุ่มดังกล่าวเดินผ่านทหารมากกว่าร้อยนายที่ตั้งแถวอยู่หน้าซอยวัดโสมนัส เพื่อให้ออกไปหารถกลับราชประสงค์ต่อไป โดยยังไม่ทันได้ถามรายละเอียดเรื่องคนถูกยิง

สันติอาสาฯ นั่งพักอยู่ในซอยวัดโสมนัส เห็นทหารกับผู้ชุมนุมบางส่วนยืนปะปนกัน โดยทหารตั้งแถวอยู่ตรงกลาง ผู้ชุมนุมอยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มีการพูดคุยระหว่างกัน ผู้ชุมนุมบางส่วนเอาน้ำและอาหารมาให้ทหาร พร้อมกับมีผู้ชุมนุมในรถปิ๊กอัพติดเครื่องขยายเสียงทั้งสองด้าน กล่าวโจมตีนายกรัฐมนตรีและขอให้ทหารอย่าทำตามคำสั่งของรัฐบาล ต่อมา มีขบวนรถมอเตอร์ไซค์หลายสิบคันวิ่งมาจากทางหน้าวัดโสมนัสตรงเข้าหาแถวทหาร และขอให้ทหารแหวกทางให้เข้าไป ทหารยอมแหวกทางให้ก่อนตั้งแถวเหมือนเดิม

ต่อมา ผู้ชุมนุมทางด้านหน้าวัดโสมนัสเริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แกนนำในบริเวณดังกล่าวบอกให้ผู้ชุมนุมจำนวนร้อยกว่าคนใช้มือเปล่าเข้ามาไปดันแถวทหารอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะสามารถดันทหารเข้าไปในซอยวัดโสมนัสได้ โดยทหารไม่มีทีท่าต่อต้านมากนัก

เวลาประมาณหกโมงเย็น สันติอาสาฯ เดินทางออกจากซอยวัดโสมนัสไปทางแยกคุรุสภาก่อนจะอ้อมไปทางหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร เห็นทหารตั้งแถวปิดแยกถนนดินสอทุกด้าน มีชาวบ้านแต่งชุดทั่วไปเกือบสิบคนจะเดินเข้าไปร่วมชุมนุมด้วย แต่ทหารไม่อนุญาตให้เข้า จึงเกิดการต่อว่าทหาร ซึ่งพยายามขอร้องให้เข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง

เดินทางอ้อมไปทางบางลำพูต่อไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มองเห็นทหารจำนวนหลายร้อยนาย ยืนปิดถนนดินสอหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา มีรถหุ้มเกราะสองคันอยู่ด้านหน้าสุด รถขยายเสียงอยู่ถัดไปด้านหลัง และรถสื่อสาร (สังเกตจากว่ามีเสาอากาศอยู่บนรถเป็นจำนวนมาก) รู้สึกแสบตา จึงถามสันติอาสาฯ อีกคนหนึ่งที่อยู่ในบริเวณนั้นก่อนแล้ว ทำให้ทราบว่าทหารจะโยนแก๊สน้ำตาลงมาจากเฮลิคอปเตอร์เป็นระยะๆ เมื่อมีเฮลิคอปเตอร์บินมา ผู้ชุมนุมจะพากันด่าทอ และมีทีท่าหวาดระแวง กลัวว่ากระป๋องแก๊สน้ำตาจะตกลงมาโดนศีรษะ โดยผู้ชุมนุมมีการยิงพลุสวนขึ้นไปเป็นระยะๆ

เวลาประมาณหนึ่งทุ่ม สันติอาสาฯ เดินทางออกจากบริเวณที่ชุมนุมเพื่อไปสมทบกับสันติอาสาฯ คนอื่นๆ ที่ลานคนเมือง ก่อนจะเดินทางไปพูดคุยบอกเล่าสถานการณ์ที่ได้พบเห็นทางทีวีไทย