สังเกตการณ์ชุมนุม ๑๐ เม.ย.๕๓ ณ แยกราชประสงค์ อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย by Loluta Yee

สังเกตการณ์การชุมนุม ๑๐ เม.ย. ๕๓ ที่แยกราชประสงค์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แยกคอกวัวและวัดบวรนิเวศน์

๑๖.๐๐ น. รถเมล์ที่นั่งมาไม่สามารถเข้ามาถึงประตูน้ำได้ต้องเดินต่อมาถึงแยกประตูน้ำเลี้ยวซ้ายไปทางเแยกราชประสงค์มีผู้ร่วมชุมนุมหนาแน่นมากเต็มพื้นที่ถนนและบริเวณหน้าห้าง แกนนำนปช. ที่กำลังปราศรัยคือจตุพรและณัฐวุฒิ และมีการขอกำลังเสริมไปที่ซอยร่วมฤดี ที่ซอยร่วมถดีไม่มีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เหตุการณ์เรียบร้อยดี แต่เมื่อถึงบริเวณแยกซอยต้นสนที่ประชาชนที่ทยอยเดินกลับเวทีใหญ่ก็เห็นภาพการสลายม็อบจากโทรทัคน์ที่อยู่ในป้อมตำรวจที่สามารถเห็นแต่ภาพ แต่ไม่ได้ยินเสียง ก็เกิดการเข้าใจผิดว่าเป็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นก็พากันโห่ร้องและสร้างความเดือดดาลแก่ผู้ชุมนุมเป็นอย่างมาก ได้ไถ่ถามกันถึงสถานที่และอยากจะไปสมทบ แต่ฉันจำภาพข่าวได้ว่าเป็นเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา จึงตะโกนบอกไปว่าเป็นเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่าย มีคนฟังและตะโกนบอกต่อกัน จนฝูงชนอยู่ในความสงบแล้วเดินกลับไปเวทีใหญ่ ตรงนี้ฉันเห็นความเปราะบางของม็อบสองอย่างคือหนึ่ง ฝูงชนพร้อมที่จะเชื่อใครก็ได้ที่พูดออกมา และสองภาพสื่อที่แสดงออกทำให้เกิดการเข้าใจผิดในม็อบได้ง่ายเพราะเห็นแต่ภาพข่าวแต่ไม่ได้ยินเสียง สื่อทางโทรทัศน์ที่เสนอข่าวซ้ำอยู่ตลอดเวลา เช่นข่าวต้นชั่วโมง ข่าวภาคบ่าย ข่าวภาคค่ำ ข่าวพิเศษ ควรมีการแสดงตัวอักษรระบุวันเวลาและสถานที่ในภาพข่าวทุกครั้งที่มีการนำมาเสนอใหม่

๑๘.๐๐น. อยู่ที่แยกราชประสงค์ เหตุการณ์สงบเรียบร้อยดี แกนนำปราศรัยอยู่บนเวลาตลอดเวลา สิ่งที่น่าสังเกตคือคนเข้ามาสมทบเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สังเกตได้จากเสื้อผ้าและผ้าพันคอ ผ้าแถบ เครื่องเป่าขายดีอยู่ตลอดเวลา และจากคำบอกเล่าของมอเตอร์ไซด์ที่ฉันโบก ซึ่งพูดคล้ายกันทั้งสองคันที่โบกว่าตอนนี้หยุดงานแล้วก็เลยได้มา

๑๙.๓๐ น. ได้รับโทรศัพท์จากกลุ่มสันติอาสาฯ ว่าให้ไปรวมกันที่ศาลากลางกทม.เพื่อไปออกรายการของช่อง TPBS แต่ก็แบ่งไปเพียงบางกลุ่ม บางกลุ่มก็มาสังเกตการณ์ต่อที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพราะขณะนั้นมีการทิ้งแก๊สน้ำตาลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ตกลงมาเป็นสายในความมืดครั้งละสามลูก ติดต่อกันประมาณสิบครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ(เล็กน้อย)และระคายเคืองวิ่งออกมาทางศาลากลางกทม. ซึ่งเป็นฝั่งเหนือลม ขณะนั้นลมแรงมากควันจึงจางไปรวดเร็วพอควร จากนั้นก็เดินไปสังเกตการณ์ต่อที่แยกคอกวัว แนวปะทะอยู่ที่ถ.ตะนาว(ฝั่งวัดบวรฯ)ตัดกับถ.ราชดำเนินกลาง ซึ่งขณะนั้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยางแล้ว

๒๐.๐๐น. ที่บริเวณสี่แยกคอกวัว ลักษณะม็อบตอนนั้นเป็นดังนี้คือ

๑. ผู้คนที่อยู่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยก็จะเดินไปเดินมาเฉย ดูไม่ตระหนกตกใจมาก ดูไม่มีความเสี่ยง
๒. ผู้คนที่กระจัดกระจายอยู่ที่บริเวณอนุสรณ์สถาน ๑๔ ตุลา มีอาการแตกตื่นและตระหนกตกใจ มีข่าวลือและการคาดเดาจากตรงจุดนี้ตลอดเวลาเพราะเป็นจุดที่มองเห็นแสงประกายไฟและได้ยินเสียงจากอาวุธชัดเจนแต่ไม่เห็นสถานการณ์ที่แท้จริง สามารถเดินไปเดินมาได้สะดวก ดูมีความเสี่ยงเล็กน้อย
๓. ผู้คนที่เก็บขวดน้ำพลาสติก ขายของ นอนดูรายงานข่าวจากโทรทัศน์ในเต็นท์หน้าอนุสรณ์สถาน ๑๔ ตุลา ไม่มีอาการตื่นตระหนกตกใจเลยทั้งที่อยู่จุดเดียวกับผู้คนกลุ่มที่สอง และอยู่ติดกับรถหวอ(ทั้งรถโรงพยาบาลและรถจากมูลนิธิฯต่างๆ )ที่เข้าออกรับผู้บาดเจ็บตลอดเวลา
๔. ผู้คนที่อยู่ตรงแนวปะทะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง หลังจากเลือกที่จะเข้าไปอยู่ที่จุดนี้แล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตำแหน่งตัวเองได้มากนัก
๕. ผู้คนที่หนุนอยู่หลังแนวปะทะ(ระยะใกล้) เป็นกลุ่มที่ทำให้เกิดความรุนแรงมากที่สุด มีการโยนระเบิดเพลิงและสิ่งของต่างๆ เข้าไปมาก มีความเสี่ยงสูงเช่นกันแต่ได้รับอันตรายไม่มากเท่าแถวหน้าและมีความคล่องตัวที่จะออกมาจากจุดปะทะพอสมควร

มีเสียงอาวุธที่คนทั่วไปไม่อาจบอกได้ว่าเป็นเสียงอะไร (ปืน ระเบิด ประทัด) ดังขึ้นตลอดเวลา มีประกายไฟเกิดขึ้น และมีการลำเลียงคนบาดเจ็บไปโรงพยาบาลแทบตลอดเวลา

๒๑.๐๐ น. เหตุการณ์เริ่มสงบทหารถอยออกไปเรื่อย ๆ จนถึงหน้าวัดบวร เหตุการณ์ปะทะยุติ ที่จุดปะทะผู้คนเฮเข้าไปเก็บหลักฐานปลอกกระสุน ถ่ายรูปรอยคราบเลือด รอยคราบเลือดมีอยู่หลายตำแหน่ง จุดริมถ.ราชดำเนินกลางน่าจะเป็นของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่จุดที่อยู่บนถ.ตะนาวน่าจะเป็นรอยเลือดทหารเพราะเป็นจุดที่ทหารยืนยันกันอยู่ขณะปะทะและมีเศษขวดแก้วจากระเบิดเพลิงตกอยู่มากมาย ซึ่งร่องรอยระเบิดเพลิงนี้ไม่มีอยู่ทางกลุ่มคนเสื้อแดง มีชิ้นส่วนเกราะอ่อน โล่ทหารตกอยู่เยอะมาก และรอยกระสุนบนผนังตึก สักพักกลุ่มคนเสื้อแดงก็ทยอยกลับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แต่ยังมีส่วนหนึ่งประมาณยี่สิบกว่าคนที่ยังตามทหารไปแต่ไม่ได้ประจันหน้าแล้ว มีระยะห่างระหว่างทหารและผู้ชุมนุมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สถานการณ์กลับดูตึงเครียดและน่ากลัว

๒๑.๓๐ น. บนถนนพระสุเมรุทหารตรึงกำลังอยู่ทางถ.ประชาธิปไตย กลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนยังอยู่ตรงทางแยกหัวมุมวัดบวร(แถวนั้นมีฝรั่งเข้ามาสังเกตการณ์มาก) บางส่วนประมาณสิบกว่าคนเดินเข้าไปหาทหารทีละนิด แต่มีระยะห่างอยู่ประมาณห้าสิบเมตร ช่วงนั้นมีรถหวอเข้ามา รับทหารไปส่งโรงพยาบาล แต่ผู้สังเกตการณ์ไม่สามารถเข้าใจเหตุการณ์ได้แล้ว จึงบรรยายอย่างนี้ว่า มีรถหวอวิ่งไปมา เข้าไปทางทหารแล้วออกมาทางผู้ชุมนุม บางคันก็ยังไม่ได้จอดที่ทางทหารเลยก็กลับลำแล้ว ไปๆ มาๆ หลายคันมาก (อาจจะเป็นคันเดิมด้วยหรือเปล่าไม่แน่ใจ) มีหลายคันที่ทางกลุ่มคนเสื้อแดงพยายามจะกั้นโดยใช้คนกั้นเพื่อดูว่ามีใครอยู่ข้างในรถ ส่วนรถก็พยายามฝ่า ไม่ค่อยยอมจอดให้ ไม่รู้ว่าด้วยความกลัวกลุ่มคนหรือกลัวการกักไว้หรือรีบไปส่งคน ตรงนี้เป็นเรื่องที่ไม่เข้าใจเลย รู้แต่บรรยากาศความกลัวนั้นเขม็งเกลียวเต็มที่ แม้แต่ทหารเองที่ตั้งกำลังอยู่ไกลแล้ว เมื่อเห็นคนเดินเข้าไปสองคนเป็นหน่วยกาชาดหนึ่งคน สันติอาสาฯ หนึ่งคนก็ตะโกนออกมาว่าไม่ให้เข้าไป แต่สุดท้ายก็ได้เข้าไปเพื่อประสานเอาทหารที่เจ็บไปโรงพยาบาล

๒๒.๐๐ น. รถหวอสามารถเข้าไปรับทหารบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลได้จนหมด ทหารนั่งเป็นกองแล้วเริ่มนับคนที่เหลือ(มานั่งรวมกันแล้วนับว่าเหลือกันเท่าไร - ฟังแล้วเศร้ามาก) แล้วถอนกำลังกลับขับรถถังกลับไปทางถนนประชาธิปไตย

๒๒.๒๐ น. มีกลุ่มคนเสื้อแดงกักตัวนายทหารคนหนึ่งไว้ ซึ่งรู้จากสันติอาสาอีกคนหนึ่งว่าเป็นผู้การแต้ม อยู่บนถนนดินสอ มีกล้องทีวีหนึ่งตัวอยู่ใกล้ผู้การแต้มด้วย ผู้การแต้มพยายามจะชี้แจงอะไรบางอย่าง แต่ไม่สามารถทำได้เพราะถูกฝูงชนโห่ร้องอยู่ตลอดเวลาและสุดท้ายก็พากันไปที่เวทีปราศรัย

เมื่อเดินกลับมาทางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก็พบว่ายังมีรถถังตกค้างอยู่แถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีกลุ่มคนเสื้อแดงพยายามเข้าไปทำลายทุบตีรถ แต่มีบ้างที่พยายามบอกว่า อย่าทำลายภาษีเราทั้งนั้น แต่ไม่มีใครฟัง

กลับมาขึ้นแท็กซี่กลับบ้าน โดยมีคนเสื้อแดงคนหนึ่งนั่งรถมาก่อนแล้ว แล้วเรียกเราไปด้วยกัน จากนั้นก็ส่งเราลงบริเวณใกล้ ๆ โรงเรียนศรีอยุธยา ตรงนั้นกลางคืนถนนเปลี่ยวมากเพราะไม่มีคนสัญจรเลย ขณะที่รอเรียกรถคันใหม่อยู่นั้น ก็มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งคนขับแต่งชุดดำ ไม่รู้ว่าตามเรามาจากไหน หรือมองมาเห็นจากถนนด้านตรงข้ามก็ไม่รู้ มาจอดก่อนถึงที่เรายืนอยู่นิดหน่อย แล้วค่อยๆ ขับเข้ามา ถามเราว่า เป็นนักข่าวเยาวชนหรือเปล่า เราบอกว่าไม่ใช่ เป็นสันติอาสาสักขีพยาน เขามองป้ายเราแล้วพูดว่าเป็นพวกไม่เอาความรุนแรงไม่ใช่หรือ แล้วเป็นกลางไหม ถ่ายรูปได้ทุกที่ไหม เห็นทุกเหตุการณ์ไหม ซักใหญ่เลย แต่สุดท้ายก็ขับรถจากไปด้วยดี ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นแต่น่ากลัวมาก