- ล้อมวงเข้ามา : คุยกับ ‘นิธิ เอียวศรีวงศ์’ ในวัน ‘เสื้อแดง’ พ่าย
- ฝันกลางไฟ ร่วมดับไฟกลางเมือง
- สัมโมทนียกถาแก่ผู้ร่วมธรรมยาตราเพื่อสังคมสันติสุข
- คนค้นฅนตอนพิเศษ ฟังพระไพศาล วิสาโล ....การก้าวไปข้างหน้า
ดูรายการย้อนหลัง
อ่านบทสัมภาษณ์ - ทวิภพในสมมติของเอกภพ
- The path to social and inner happiness
- All Thais need to share country's future
- ยุติด้วยธรรม และการแ้ก้ปัญหาที่รากเหง้า
- อานุภาพของเส้นแบ่ง - พระไพศาล วิสาโล
- ข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวเมื่อเข้าสู่สถานการณ์ความรุนแรงจากการเผชิญหน้า
- เสียงจากผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์การระเบิดที่ถนนสีลม เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน
- **ภาค ๓ "เสียง" จากเพื่อนร่วมเหตุการณ์วันที่สิบเมษา : ผู้บาดเจ็บที่ยังคงอยู่ในโรงพยาบาล
- อบรมอาสาสมัครสันติวิธี ๒๓ เมษายน ๒๕๕๓
- The real enemy - Phra Paisal Visalo
รายงานการขอคืนพื้นที่ วันที่10 เมษายน 2553
หลายวันที่ผ่านมานี้เริ่มมีเสียงบ่นว่าจากภาคส่วนต่างๆของสังคม ถึงความไม่เด็ดขาดของรัฐบาลในการบังคับใช้กฎหมาย อีกทั้งการเคลื่อนตัวของผู้ชุมนุมภายใต้การนำของแกนที่นิยมความรุนแรงหลายครั้ง ก็ทำให้ภาพของการชุมนุมโดยสงบเริ่มไม่ชัด นี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เสียงของรัฐในความพยายามที่จะรีบคืนความปกติของบ้านเมืองเริ่มดังขึ้นและส่อเค้าให้เห็นความน่ากลัว จนมาในวันที่ 10 เมษา ปฏิบัติการขอคืนพื้นที่จากรัฐก็มาถึง
ที่เวทีราชประสงค์ แม้จะมีการพลักดันตำรวจให้ออกกจากพื้นที่แถวสถานีเพลินจิต แต่ด้วยท่าทีของแกนนำ(เงาะ วรชัย)การพลักดันจึงเป็นไปอย่างสงบไร้ความรุนแรง เราใช้เวลาที่นั่นต่อสักพักก่อนที่จะย้ายมาสมทบกับเพื่อนที่ผ่านฟ้า ในเวลาประมาณทุ่มสี่สิบ
เราเข้าทางเสาชิงช้าภาพแรกที่เห็นเป็นความโกลาหลของผู้ชุมนุม ในการบรรเทาพิษที่เกิดจากแก๊สน้ำตาที่โยนลงมาจากเฮลิคอปเตอร์เป็นละลอก แม้จะมองแทบไม่เห็นควันแล้วแต่ก็ยังรู้สึกแสบตาจนต้องถอยออกมาตั้งหลักก่อนจะเดินหน้าต่อไปยังแยกคอกวัว
ที่เต็นท์พยาบาลบริเวณนั้นเห็นชายอย่างน้อยสี่คนกำลังได้รับการปฐมพยาบาลบาดแผลจากความแรงของกระสุนยาง สองรายโดนเข้าแสกหน้าผาก รายที่ดูน่ากลัวกว่าเพื่อนโดนเข้าที่ติ่งหูจนรุ่งริ่ง
เมื่อใกล้แยกคอกวัวด้านที่จะไปถนนข้าวสาร มีการพยุงผู้บาดเจ็บจากการปะทะโดยมากจากกระสุนยาง ขึ้นมอเตอร์ไซด์ไปปฐมพยาบาลอย่างไม่ขาดสาย (ในช่วงเวลานั้น)
ถึงแยกสังเกตจากมุมสูงมองเห็นแนวของทหารผลักกันกับผู้ชุมนุมอย่างไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำ (มีการปาของตอบโต้กระสุนยาง) จนกระทั่งมีการมาสมทบของกลุ่มผู้ชุมนุมที่สวมชุดดำมีการเฮตอนรับ จากนั้นการพลักดันจึงเริ่มดุเดือดขึ้น เริ่มมีการปาระเบิดเพลิงเข้าใส่แนวของทหาร และบางครั้งก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นในแนวของทหาร มีหนึ่งครั้งที่ดังสนั่นและเกิดประกายไฟ (มีอยู่ช่วงหนึ่งผู้สังเกตุโดนวัตถุของแข็งเล็กๆ(เดาว่าเศษปูน)เขาที่หน้าผาก) ทหารถอยไปตั้งหลักห่างออกไปจากผู้ชุมนุมพอควร
จากนั้นจึงเดินหลบเข้าซอยด้านข้างที่เลียบไปกับถนน ชาวบ้านในซอยขนโต๊ะ เก้าอี้ และอื่นๆมาขวางเป็นแนว เป็นระยะๆ ตลอดทั้งซอย ชาวบ้านทั้งซอยตกอยู่กลาง(ข้าง)สมรภูมิ แต่ก็มีหลายคนมากพอควรที่ออกมาดู(โดยมากเป็นการฟัง) เหตุการณ์ตึงเครียดมากมีเสียงปืนที่ดังไม่เหมือนเดิมจากฝ่ายทหาร ดังเป็นชุดเหมือน M16 ดังรัวขึ้นถี่ๆ บ่อยๆ มีเสียงระเบิดดังขึ้นในแนวของทหาร เสียงมีสองลักษณะไม่เหมือนกัน ในช่วงนี้มีชาวบ้านโดนลูกหลงจากระเบิดที่มาจากฝั่งผู้ชุมนุม ที่ตกลงถนนแล้วมีสะเก็ดปูน(ตามคำบอกของเจ้าตัว)ถูกเข้าที่ขมับซ้าย การพยายามจะนำตัวคนเจ็บไปรักษายากมากจะออกไปทางฝั่งทหารก็มีแนวโน้มจะถูกยิงเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร (มีวัยรุ่นที่คึกคะนองในซอยออกไปเก็บอุปกรณ์ต่างๆของทหาร แล้วมีการยิงใส่แต่ไม่โดน)จะออกทางฝั่งเสื้อแดงก็กังวล มีการยิงตอบโต้กันอยู่ครู่ใหญ่จนทหารล่าถอยไปทางวัดบวร
ครู่ใหญ่ผู้ชุมนุมเริ่มเดินเข้ามาตามถนน หลายคนเก็บอุปกรณ์ต่างๆของทหาร มีเสียงตะโกนเตือนกันว่าอย่าเอาไป ให้เอามากองๆกันไว้ เดินจนถึงแนวรั้วของวัดบวรแล้วเลียบไประหว่างนั้นมีรถของทหารจอดอยู่บางคนจะทุบแต่หลายคนห้ามไว้
แล้วก็มีเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น จู่ๆมีรถกระบะคันหนึ่งออกมาจากวัดบวร(ถนนพระสุเมรุ)หวังจะผ่านกลุ่มผู้ชุมนุมไป(ถ้าเลี้ยวไปอีกทางก็จะไม่เกิดเรื่อง) แต่ปรากฏว่ารถกระบะคันนั้นบรรทุกทหารมาเต็มคัน กลุ่มผู้ชุมนุมจึงกรูกันเข้าไปทำร้ายเกินกว่าแรงของพวกที่คอยห้ามจะทำได้ ในช่วงตะลุมบอนนั้นมีการปาระเบิดเพลิงเข้าใส่ที่กระบะด้วยดีที่สามารถดับได้อย่างรวดเร็ว ทหารบางคนกระโดดลงวิ่งหนีไปทางสะพานวันชาติ(ไม่แน่ใจว่าหนีได้ไหม) แต่มีรายหนึ่งนอนนิ่งอยู่ท้ายรถสักครู่มีรถพยาบาลมารับไป อีกรายหน้ารถโชคดีไม่ถูกทำร้ายนัก โดนควบคุมตัวไปส่งทางเวที โดยระหว่างออกจากรถมีผู้ชุมนุมช่วยกันไม่ให้ถูกทำร้ายรายนี้ทำได้สำเร็จ
ทหารตรงจุดนี้ถอยไปรวมกันที่สะพานวันชาติ ทิ้งระยะห่างกับผู้ชุมนุมทางด้านนี้มากพอควร(ผิดกับอีกสองด้านที่แทบจะอยู่ติดกัน) คุมเชิงกันอยู่อย่างนั้นผ่านไปประมาณสิบกว่านาทีมีกาชาดคนหนึ่งมาคุยกับทางผู้ชุมนุมเพื่อขอความสะดวกในการลำเลียงทหารที่บาดเจ็บไปรักษา แต่เมื่อกาชาดคนนั้นจะเข้าไปทางฝั่งทหารก็ต้องหวาดเสียวกันอยู่บ้างจากการตะโกนขู่ไม่ให้เข้าไปของทหาร แต่ที่สุดการลำเลียงทหารที่บาดเจ็บก็ผ่านไปด้วยดี แม้ในตอนแรกผู้ชุมนุมจะพยายามตรวจท้ายรถพยาบาลด้วยเกรงว่าจะมีการซ่อนศพของผู้ชุมนุมออกไป ทหารที่บาดเจ็บนั้นมีรายหนึ่งที่ถูกยิงที่ขาระหว่างรอสถานการณ์คลี่คลายชาวบ้านตรงข้ามวัดบวรได้ช่วยดูแลไว้
เวลาสี่ทุ่มเศษทหารถอนกำลังจากไป รายงานตัวเลขความสูญเสียของทั้งผู้ชุมนุมเสื้อแดงและทหารเริ่มทยอยออกมา จากการขอคืนพื้นที่ เพื่อคืนความปกติให้กับสังคม นี่คือปฏิบัติการณ์เพื่อคืนความปกติสุขให้กับสังคมหรือ
ขอให้ทุกชีวิตที่ตายไปได้เกิดใหม่บนแผ่นดินที่ไม่มีการเข่นฆ่ากันเพราะการเมือง

