เมื่อพระปะทะตำรวจหญิง ๙ เมษายน ๒๕๕๓

ข่าวการปะทะระหว่างกองกำลังตำรวจกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ด ้านหน้าโรงพยาบาลตำรวจเมื่อ ช่วงเย็นของวันที่ ๙ เมษายนนั้น เป็นข่าวน้อยมากเมื่อเทียบก ับเหตุการณ์ความวุ่นวายที่ล าดหลุมแก้ว อาจเป็นเพราะไม่มีความรุนแร ง ไม่มีการปาระเบิด ไม่มีโดนเหยียบ ไม่มีเลือดตกยางออก ไม่มีการตุกติกของฝ่ายใด แต่ตามทัศนะของผู้สังเกตการ ณ์ มีหลายแง่มุมของเหตุการณ์นี้ที่น่าจะมีการนำเสนอให้ทุกฝ่ายได้รับรู้ โดยเฉพาะประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เพื่อการมองสถานการณ์ให้รอบด้านร่วมกัน:


๑. กลุ่มผู้ชุมนุม ชุมนุมกันโดยสันติ การ์ดของผู้ชุมนุมมีระเบียบวินัย และถูกฝึกมาเพื่อปกป้องผู้ชุมนุมและบริเวณชุมนุม และในสถานการณ์การปะทะในวันนี้ ไม่มีการก่อกวนหรือสร้างสถานการณ์จากผู้ชุมนุม มีเพียงการป้องกันการพยายามเข้ามาของกองกำลังตำรวจ ผู้ชุมนุมปักหลักอยู่บริเวณประตูรั้วเท่านั้น ไม่มีการพยายามจะเข้าไปในเขตโรงพยาบาล

๒. ตำรวจมีการใช้โรงพยาบาลเป็นทางเข้าสู่บริเวณชุมนุมโดยเดินผ่านเข้ามาจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ไม่มีการเข้าไปยึดหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับการทำงานของแพทย์และพยาบาล

๓. แม้จะมีหน่วยปราบจราจล ทีมยิงแก๊สน้ำตา หน่วยคอมมานโด อยู่ด้านหลังของกองกำลังตำรวจจริง แต่หน่วยดังกล่าวอยู่ด้านหลังสุด และบรรยากาศภายในไม่ได้มีแรงกดดันหรือความตึงเครียดให้ออกมาปฏิบัติหน้าที่

๔. กองกำลังตำรวจตชด.หญิง ได้ถูกเตรียมการไว้แต่แรก (ซึ่งตอนแรกผู้สังเกตการณ์ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า หากจะมีการใช้กำลังสลายการชุมนุม จะใช้ตำรวจตชด.หญิงมาทำหน้าที่ใด) ซึ่งหลังจากเหตุการณ์การปะทะกัน ผู้สังเกตการณ์มองว่าเป็นการเตรียมการเพื่อการหยุดการปะทะ หยุดความรุนแรง หรือลดความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจ ซึ่งถือว่าได้ผล

๕. แกนนำโดยน.พ.เหวง มีการเตรียมการผู้ชุมนุมในการรับมือกับการสลายการชุมนุม แก๊สน้ำตา และการปาระเบิด โดยมีการเน้นย้ำที่สันติวิธีอยู่ตลอดเวลา การไม่ใช้ความรุนแรงตอบโต้ เน้นย้ำไปที่การนิ่งไม่ตกใจ ไม่โกรธเกลียดตำรวจ

๖. จุดเริ่มต้นการปะทะ เริ่มต้นจากความพยายามของกองกำลังตำรวจในการจะเข้าไปในพื้นที่การชุมนุม แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมให้ตำรวจสามารถออกไปพ้นจากเขตรพ.ตำรวจได้ การดันของตำรวจมีเพียงบริเวณด้านหน้าประมาณไม่เกิน ๑๐๐ นายที่ร่วมกันออกแรง การปะทะกันเกิดในระยะเวลา ๓ นาทีเศษเท่านั้น

๗. หลังจากการปะทะ การให้พระสงฆ์เข้ามาเรียงแถวด้านหน้าด้านผู้ชุมนุมเสื้อแดง แสดงให้เห็นถึงความปรารถนาของกลุ่มคนเสื่้อแดงไม่ให้เกิดการปะทะ การปราบปราม หรือความรุนแรง กลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันสิทธิในการชุมนุมทางการเมืองโดยสันติ

๘. การให้ตำรวจตชด.หญิงเคลื่อนพลมาแถวหน้าด้านกำลังพลตำรวจ แสดงให้เห็นถึงความต้องการของตำรวจที่ไม่ให้เหตุการณ์บานปลายไปสู่ความรุนแรงและการสูญเสียเช่นเดียวกัน


เหตุการณ์ "พระปะทะตำรวจหญิง" แม้จะนำมาซึ่งความผิดหวังของผู้ที่ต้องการให้มีการสลายการชุมนุมอย่างเด็ดขาดของรัฐบาลเพื่อนำบ้านเมืองสู่ความสงบโดยเร็ว แต่ผู้สังเกตการณ์มองว่า เป็นเจตนาดีของทั้งสองฝ่าย ที่ไม่ต้องการให้มีความรุนแรงหรือการสูญเสียเกิดขึ้น

คำถามหนึ่งก็คือ จะเป็นไปได้หรือ ที่ผู้บริหารบ้านเมืองจะปล่อยให้มีการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ยืดเยื้อไปเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม อย่างไม่สามารถประเมินได้

อีกคำถามหนึ่งก็คือ จะเป็นไปได้หรือ ที่ทางผู้ชุมนุมจะหยุดการเรียกร้องทางการเมือง คลี่คลายความโกรธเกลียดเคียดแค้น และความแตกแยกในใจ ด้วยวิธีการที่รัฐใช้อยู่เช่น การปิดสื่อ หรือความพยายามในการเข้าสลายการชุมนุม

อีกคำถามที่อยู่ในใจของผู้สังเกตการณ์ก็คือ จะเป็นไปได้หรือ ที่การสลายการชุมนุมขนาดใหญ่เช่นนี้จะสามารถทำได้โดยไม่ใช้ความรุนแรงและไม่มีการสูญเสียใดๆเลย บริเวณแยกราชประสงค์นั้นเป็นพื้นที่ปิด ถือเป็นบริเวณที่ยากมากต่อการเข้า ใช้กำลังและอาวุธ การยิงกระสุนแก๊สน้ำตา จะทำได้อย่างไร? ในพื้นที่ที่จำกัดเช่นนั้น ที่มีทั้งโรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า คอนโด และรถไฟฟ้าที่วิ่งอยู่บนหัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหากเกิดขึ้น ก็มีแนวโน้มว่าความรุนแรงจะบานปลายได้ง่ายมาก

ภาพ "พระปะทะตำรวจหญิง" นั้น น่าจะเป็นภาพที่ทำให้ทั้งฝ่ายรัฐและฝ่ายผู้ชุมนุม ได้ลองนำไปทบทวนดูเจตนาและความต้องการของตนอีกครั้ง เพื่อที่จะหา"วิธีการร่วมกัน" ในการที่ทำให้ความต้องการของทั้งสองฝ่ายได้รับการตอบสนอง

เช่นเดียวกันกับความรู้สึกของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วันนี้ ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดการปะทะกันระหว่างพระกับตำรวจหญิง ซึ่งเปรียบได้กับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่อยู่ระหว่างรัฐบาลกับแกนนำผู้ชุมนุม ที่ต่างฝ่ายต่างก็ถูกดันให้มายืนปะทะกันอยู่ด้านหน้า

วันนี้...เมื่อ "พระปะทะกับตำรวจหญิง" สันติภาพก็บังเกิด เมื่อต่างฝ่ายต่างเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน การเจรจาหาทางออกก็เกิดขึ้น การเผชิญหน้ากันสามารถคลี่คลายไปได้อย่างรวดเร็ว

แม้วันนี้จะเป็นเพียงการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ไม่ได้แก้ไปถึงต้นเหตุ แต่ถ้าภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ ได้ทะลุเข้าไปถึงหัวใจของรัฐบาลและแกนนำผู้ชุมนุมบ้าง เพื่อว่าแต่ละฝ่ายจะเริ่มเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ท่ามกลางบรรยากาศ "ประชาชนปะทะประชาชน" บนเส้นด้ายของความรุนแรงและการสูญเสีย เมื่อนั้นการเจรจาเพื่อหาทางออกของประเทศร่วมกันก็น่าจะเกิดขึ้นได้อีกครั้ง

...เพราะสถานะ "ประชาชน" ไม่ได้สำคัญน้อยไปกว่า "พระ" หรือ "ตำรวจหญิง" เลย


โดย วิจักขณ์ พานิช
เมื่อพระปะทะตำรวจหญิง สันติภาพก็บังเกิด
ใช่แล้ว "พระ" นั่นเอง
ตำรวจตชด.หญิง ออกมากันพระไม่ให้เลอะเทอะ
ไปไหนต่อกันไม่ได้...ไม่นาน ก็มีหนึ่งในแกนนำเสื้อแดงเข้าไปเจรจา
ผู้การแต้มมาต้อนรับเช่นเคย
เมื่อการเจรจาบรรลุผล ตำรวจก็เคลื่อนพลกลับ